FirstPrev1234567NextLast v
โดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ
ปี 2555 (9 หน้า)
ระบบสนับสนุนการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษด้านการอ่านในโรงเรียนได้รับการออกแบบและพัฒนามาเพื่อ อำนวยความสะดวกให้กับการเรียนการสอนการอ่านเนื้อความในชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ระบบนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ทำงานบนเว็บเบราเซอร์ ดังนั้นผู้ใช้งานจะสามารถใช้งานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่จำกัดสถานที่ ระบบมีความสามารถหลักคือ สามารถวัดระดับความยากของเนื้อความสำหรับอ่าน (passage grading) ที่ผู้เรียนเลือกมาเองได้โดยอัตโนมัติ โดยใช้หลักการทางด้านภาษาศาสตร์ผนวกกับหลักการทางสถิติ และแนะนำเนื้อความที่มีเนื้อหาตรงกับความสนใจและมีความเหมาะสมกับระดับชั้นเรียนสำหรับผู้เรียนรายบุคคลได้ รวมทั้งยังอำนวยความสะดวกสบายในการอ่านเนื้อความด้วยระบบช่วยค้นหาคำแปลของคำศัพท์ หรือ ระบบถาม-ตอบเพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน จากผลการทดลองพบว่า ส่วนระบบวัดระดับความยากของเนื้อความ ให้ความถูกต้องประมาณร้อยละ 85
โดย นายสถาพร กรีธาธร
ปี 2556 (9 หน้า)

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอนของครูที่ใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม  เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการสอนของครูก่อนและหลังใช้ชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจที่ มีต่อชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอนของครูที่ใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โดยดำเนินการด้วยการวิจัยและพัฒนา

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. ชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอนของครูที่ใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.07/91.85 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ไว้ คือ 80/80

2. ประสิทธิภาพการสอนของครูที่ใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมหลังใช้ชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอนสูงกว่าก่อนใช้ชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ครูที่ใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมีความพึงพอใจต่อชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการสอนในระดับมาก

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง
ปี 2554 (6 หน้า)
          การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้การเรียนแบบโครงการเป็นฐาน และการร่วมมือแบบทางไกล ร่วมกับการบูรณาการไอซีทีในโรงเรียน โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นโรงเรียนชั้นนำในจังหวัดเชียงใหม่ 10 โรง ที่เข้าร่วมโครงการ Korean-Funds-In-Trust (KFIT) แต่ละกลุ่มโรงเรียนทำงานร่วมกันโดยการบูรณาการไอซีทีเพื่อสนับสนุนวิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งส่งเสริมการคิดระดับสูง โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นผู้ประสานงานกับโรงเรียนชั้นนำทั้ง 10 โรง 
โดย ศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน์
ปี 2552 (10 หน้า)
งานวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา กล่าวถึงจากปัญหาการวิจัยที่เป็นเรื่องยากสำหรับครู เกินศักยภาพที่จะสามารถทำได้อย่างง่าย อีกทั้งยังเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับครู ครูส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในการทำวิจัย ไม่มีความรู้ในด้านสถิติวิเคราะห์และการใช้โปรแกรมสถิติวิเคราะห์สำเร็จรูป การที่จะส่งเสริมให้ครูมีศักยภาพในการวิจัย พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ให้เป็นครูนักวิจัยมือใหม่ เตรียมตัวก้าวไปสู่ครูมืออาชีพ เป็นวิชาชีพที่มีคุณค่านี้ จึงต้องแก้ไขปัญหาของครู คือ 1. พัฒนาครูด้านความรู้เกี่ยวกับการวิจัยด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยการสนับสนุนส่งเสริมให้เข้ารับการฝึกอบรม และแนะนำรวบรวมแหล่งความรู้ทางด้านการวิจัยแก่ครู2. พัฒนาครูด้านความรู้และทักษะการใช้สถิติวิเคราะห์วิจัยการแปลผล โดยการพัฒนานวัตกรรมชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
โดย นางสาวสุธาสินี สว่างศรี
ปี 2553 (9 หน้า)
งานวิจัยเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) สำรวจความจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3) จัดทำหลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4) พัฒนาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5) ติดตามผลการพัฒนาภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดย นายอนันต์ พันนึก
ปี 2553 (17 หน้า)
งานวิจัยเรื่องโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เพื่อประเมินประสิทธิภาพโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดย นางดนุภัค เชาว์ศรีกุล
ปี 2553 (18 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีโดยใช้บทเรียนออนไลน์ (e-Learning) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กล่าวถึงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนโดยการนาเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ ทำให้รูปแบบการเรียนการสอนเปลี่ยนไป เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เรียกว่า e-Learning ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจ สร้างมิติใหม่ของการเรียนรู้ที่เปิดกว้างกระจายไปถึงผู้คนต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ สร้างโอกาสของการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต และเรียนในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ด้วยการเข้าถึงฐานความรู้ทั่วโลก สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และติดต่อสื่อสารถึงกันและกันได้อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย กาญจนวาสีรองศาสตราจารย์อุดม จีนประดับรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงกมล ไตรวิจิตรคุณดร.กมลวรรณ ตังธนกานนท์นางสาวอนงค์ ทิพย์เกตุนางสาววรนุช มงคลบุตร์
ปี 2551 (200 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง "โครงการพัฒนาระบบการาติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ รายงานการออกแบบและพัฒนาระบบข้อมูลและระบบการประมวลผลข้อมูลสำหรับการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ" ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีภารกิจในการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศครอบคลุมทุกระดับและประเภทการศึกษาและได้รับมอบหมายจากกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานได้ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคและเพื่อให้มีระบบกลไกในการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี แย้มกสิกรดร.จันทร์พร พรหมมาศผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรางคณา ธรรมลิขิตดร.เวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจรนางสาวจิรภา สุจิรานุธรรม นางสาววทัญญู วุฒิวรรณ์
ปี 2553 (104 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง "โครงการพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ รายงานวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ (ฉบับสรุป)" ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีภารกิจในการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศครอบคลุมทุกระดับและประเภทการศึกษา และได้รับมอบจากกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
โดย รศ.ดร.รวีวรรณ ชินะตระกูล
ปี 2544 (160 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง "ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักศึกษาในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย" ในปัจจุบันประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกำลังอยู่ในระยะเวลาของการปฏิรูปการศึกษาเช่นเดียวกับประเทศไทย
FirstPrev1234567NextLast v