FirstPrev1234567NextLast v
โดย ผศ.สายันต์ ไพรชาญจิตร์
ปี 2548 (9 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง กระบวนการโบราณคดีชุมชน : การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมใน จังหวัดน่าน กล่าวถึงปัญหาสำคัญในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมในประเทศไทย คือ ขาดการมีส่วนร่วมของผู้ฅนที่มิใช่นักวิชาการนักวิชาชีพ หรือผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องโดยตรงกับงานโบราณคดี งานพิพิธภัณฑ์ งาบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถาน หรืองานอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และแหล่งวัฒนธรรมต่างๆ ในภาคส่วนอื่นๆ จึงเป็นสาเหตุให้ฅนไทยส่วนใหญ่ขาดความรู้ ขาดความเข้าใจในคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรทางโบราณคดีทั้งที่อยู่ใกล้ตัวและไกลตัว ขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และไม่สนใจดูแลรักษา เพราะเห็นว่ามีหน่วย งานภาครัฐทำหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้วแหล่งโบราณคดีและโบราณสถานต่างๆจึงถูกทำลาย ถูกปล่อยให้เสื่อมสภาพไปโดยไม่ได้ใช้งานให้สมประโยชน์ งานโบราณคดีและงานจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมในประเทศไทยจึงมีผลต่อการพัฒนาชุมชนที่อยู่ในแหล่งโบราณคดี หรือที่อยู่รอบๆโบราณสถานค่อนข้างน้อย ผู้ฅนส่วนมากในสังคมไทยจึงไม่สนใจและให้ความสำคัญกับอดีต ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอดีตได้ ดังนั้นจึงควรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการจัดการ
โดย ช่วยศาสตราจารย์ เยี่ยมลักษณ์ อุดาการ
ปี 2547 (14 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง โครงการวิจัยการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยองค์กรชุมชนตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2540 ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านขึ้นในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกิจการบ้านเมืองของตนเอง ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ข้างต้น รัฐบาลจึงได้กำหนดเป็นนโยบายเรื่อง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยประเทศเน้นระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ในครั้งนี้มีภารกิจและขั้นตอนการถ่ายโอนหลายด้าน หลายขั้นตอน ภารกิจแรกที่เกิดการขับเคลื่อนและดำเนินการเป็นอันดับต้นๆ คือ ภารกิจการถ่ายโอนด้านการศึกษา ซึ่งภารกิจของการจัดการศึกษาเดิม หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมทั้งปวงในด้านนี้ คือ กระทรวงศึกษาธิการ
โดย นางสาวเยาวลักษณ์ วงศ์พิมพ์
ปี 2545 (9 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนรู้ ระบบมัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องทฤษฎีปีทาโกรัส สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กล่าวถึงวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่อยู่ในลักษณะนามธรรมมากกว่ารูปธรรม จึงทำให้ยากแก่การเรียนรู้ที่จะทำให้เข้าใจได้ง่าย และปัญหาที่ครูผู้สอนจะพบอยู่เป็นประจำก็คือ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้แตกต่างกันนักเรียนบางคนใช้เวลามากในการเรียนรู้ แต่บางคนก็ใช้เวลาน้อยและนอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการขาดสื่อ-อุปกรณ์ ใน การเรียนการสอน ในการเรียนการสอนครูจะต้องมีความยืดหยุ่นในการสอน เลือกวิธีสอนที่หลากหลายให้เหมาะสม กับความสามารถของนักเรียนแต่ละคน และโดยธรรมชาติของเด็ก เด็กจะเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม ดังนั้นในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ครูควร ให้เด็กได้เรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรมให้มาก เมื่อเด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองก็จะมีผลทำให้เด็กมีความคงทนในการเรียนรู้หรือจดจำในสิ่งที่ได้เรียนไปแล้วได้นาน และจากแนวความคิดของเพียเจต์ กล่าวถึงการจัดการเรียนการสอนที่ดีว่า ความเจริญงอกงามทางสติปัญญาเป็นผลมาจากการปะทะสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนต้องไม่ยึดครูเป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอน แต่เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยครูเป็นผู้เตรียมสื่อการเรียนต่างๆ เพื่อให้เนื้อหาบทเรียนมีความเป็นรูปธรรม ง่ายต่อการเรียนรู้ และช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเองจะทำให้เด็กจดจำความรู้ได้ดียิ่งขึ้น แต่การนำสื่อมาใช้กับการเรียนการสอนจะต้องคำนึงถึงวัย และความเหมาะสมกับเนื้อหาที่จะสอนเป็นสำคัญ
โดย ดร.สมจิต จันทร์ฉาย
ปี 2547 (7 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาชุดฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ ตามแนวปฏิรูปการศึกษาสำหรับทีมงานครูแกนนำปฏิรูปการเรียนรู้ในโรงเรียน กล่าวถึงการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มีเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง การที่จะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพโดยมีครูเป็นบุคคลสำคัญในการดำเนินงาน ประเวศ วะสี (2544) ได้กล่าวว่า การปฏิรูปการเรียนรู้นั้นต้องเกี่ยวข้องกับครูจำนวนมากกว่า 8 แสนคน “เป็นการปฏิวัติวัฒนธรรมการเรียนรู้” ของคนไทยทั้งชาติ นับว่าเป็นงานที่ยากแต่ก็สามารถทำได้และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติการแสวงหายุทธวิธีในการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนตามแนวการจัดการเรียนรู้ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 กำหนดไว้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง
โดย รศ.ดร.กิตติพร ปัญญาภิญโญผล
ปี 2548 (16 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง รูปแบบการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาวิชาชีพครูคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการทำวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนของนักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครูในขณะฝึกสอน
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์
ปี 2547 (8 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาโครงการครูนักวิจัยและการประเมินแนวใหม่ (โครงการปีที่ 2) กล่าวถึงแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนา “คน” และ “คุณภาพของคน” แนวการพัฒนา จึงเน้นคนเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือจุดมุ่งหมายหลักของการพัฒนามุ่งให้ ทุกคนมีการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยการศึกษาเป็นกลไกสร้างรากฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนและในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้ให้ทิศทางในการปฏิรูปการศึกษาการเรียนรู้ที่ชัดเจนว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขมีหลักการตามมาตรา 22ว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดถือว่า “ผู้เรียนมีความสำคัญสุด”
โดย รองศาสตราจารย์สมจิต สวธนไพบูลย์ และคณะ
ปี 2546 (10 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกิจกรรมหลากหลาย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกิจกรรมหลากหลายโดยใช้ข้อมูลจากการวิจัยเป็นฐาน (Research Base)
โดย นายประกฤติ เยาวพันธุ์รศ.ดร.ยาใจ พงษ์บริบูรณ์ และ นางกมลรัตน์ เยาวพันธุ์
ปี 2547 (7 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มเสี่ยงโดยดนตรีพื้นเมือง และกิจกรรมแนะแนวกลุ่ม : โรงเรียนบัวใหญ่พิทยาคม จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงปัจจุบันสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว การขยายตัวอย่างไม่ขาดสายของสังคมยุคข้อมูลข่าวสาร และการลดบทบาทลงของสถาบันครอบครัวที่ส่งผลให้วัฒนธรรมและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย คนในสังคมจึงจำเป็นต้องปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เปลี่ยนไป อาทิ การดำเนินชีวิตเป็นไปในรูปแบบที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนในการครองชีพ ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวมีน้อยลง ด้วยเหตุดังกล่าว เป็นเหตุให้บุคคลบางกลุ่มไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับสภาวการณ์ปัจจุบันได้ จึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เป็นต้น
โดย นางมารียา วิศิษฐฎากุลนายวิชัย วิศิษฐฎากุล
ปี 2548 (8 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง บ้านดินนางแล กล่าวถึงจากการศึกษาพบว่าบ้านดินเป็นงานที่สามารถสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม และสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม จากนวัตกรรมบ้านดินแบบเดิมสู่นวัตกรรมใหม่บ้านดินนางแล โดยนางมารียา วิศิษฐฎากุล และคณะ เริ่มสนใจบ้านดินตั้งแต่เมื่อปลายปี 2544 และปลายปี 2545 นางมารียาและคณะ ได้ศึกษาค้นคว้าตามร่องรอยแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน อินเตอร์เนต ภูมิปัญญารุ่นก่อนๆ บ้านดินของชาวเขาเผ่าลั้วะ อ.แม่จัน จ.เชียงราย บ้านดินของสล่าเอกเอื้องจัน ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย และบ้านดินสมัยใหม่ที่ไม่ใช่บ้านดินจริง แต่นำเอาแนวคิดบ้านดินไปเป็นแนวทางสร้างบ้าน ทำให้นางมารียาและคณะไม่ประทับใจบ้านดินที่ได้ไปศึกษามา แต่คุณสมบัติบ้านดินที่เย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว ทำให้ความคิดในการทำบ้านดินไม่เสื่อมคลาย จึงมุ่งหมายหาวิธีที่จะมีบ้านดินสักหลังเป็นความฝันอันสูงสุด
โดย ดร. เพ็ชรี รูปะวิเชตร์
ปี 2548 (5 หน้า)
งานวิจัยเรื่อง สภาพการดำเนินการสร้างตลาดชุมชนอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการประชุมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจแบบพอเพียง กล่าวถึงการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาสภาพการดำเนินการสร้างตลาดชุมชน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้กระบวนการประชุมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจแบบพอเพียง โครงการนี้ เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของผู้ที่มีแนวคิดและอุดมคติ การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดทฤษฎีเศรษฐกิจแบบพอเพียง และการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูล เป็นเวลา 2 ปี โดยในระยะเวลา 1 ปีแรก ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2546 – พฤษภาคม พ.ศ. 2547 เป็นการประชุมอย่างมีส่วนร่วม ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลจากการบันทึกสรุปผลการประชุมอย่างมีส่วนร่วม จำนวนทั้งสิ้น 12 ครั้ง และการทำกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์ตลาดชุมชน การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการกับสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมและประชาชนในพื้นที่ การสำรวจพื้นที่ชุมชนหลังจากนั้น ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลที่ได้จากการศึกษาเป็นระยะเวลาอีก 1 ปี จนการวิจัยแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2548
FirstPrev1234567NextLast v